🌆 ตอนที่ 1 — แสงแรกจากตึกกระจก
🌆 ตอนที่ 1 — แสงแรกจากตึกกระจก
ฝนตกตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง ถนนหน้าสถานีใต้ดินลื่นและเงียบ ผู้คนใส่เสื้อกันฝนสีหม่นเดินเร่งฝีเท้า ฮันมินอาก้าวลงจากบันไดสถานี มือหนึ่งถือร่มพับราคาถูก อีกมือกอดแฟ้มเอกสารแน่น เธอดูนาฬิกา “07:42 น.” ยังพอมีเวลา แต่หัวใจเต้นแรงเพราะวันนี้คือวันแรกของการฝึกงานในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง — KJ Group
ตึกกระจกสูงตระหง่านตรงหน้า ป้าย KJ Tower สะท้อนแสงแม้ฟ้าจะหม่น มินอาสูดลมหายใจลึกก่อนวิ่งข้ามถนน เสียงน้ำกระเซ็นดังขึ้นเมื่อเท้าแตะพื้น เธอเกือบลื่นตรงฟุตปาธ แต่ยังพยุงตัวไว้ทัน “อย่าพลาดตั้งแต่หน้าประตูสิ” เธอบอกตัวเองเบา ๆ แล้วรีบเดินเข้าตึก
ล็อบบี้โปร่ง เย็น และนิ่ง เสียงฝนข้างนอกกลายเป็นเพียงพื้นหลังแผ่ว ๆ
พนักงานต้อนรับในชุดยูนิฟอร์มยิ้มให้ “มาฝึกงานใช่ไหมคะ”
“ค่ะ ฮันมินอา” เธอยื่นบัตรประชาชนพร้อมอีเมลรับรอง
“ขึ้นชั้น 25 ได้เลยค่ะ รับบัตรชั่วคราวตรงเคาน์เตอร์นั้นนะคะ”
เธอกรอกข้อมูล รับบัตรแขวนคอ และหันไปทางลิฟต์ เสียงประตูลิฟต์เปิดพอดี มินอารีบก้าวเข้าไป แต่ทันใดนั้นเสียง “ฉ่า!” ดังขึ้น — กาแฟจากแก้วในมือชายคนหนึ่งหกใส่แฟ้มของเธอ
“ขอโทษค่ะ!” เธอรีบเอ่ย เสียงสั่นนิด ๆ
ชายในสูทสีเข้มหันมามอง เขาสูง ใบหน้านิ่ง สายตาคมแต่สงบ “ไม่เป็นไร” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนหยิบทิชชูจากกระเป๋ายื่นให้ “คุณมาฝึกงานใช่ไหม”
มินอากะพริบตา “เอ่อ… ค่ะ”
“ป้ายชื่อคุณบอกไว้” เขาพยักหน้า “ขึ้นไปด้วยกัน ชั้น 25”
เธอก้มขอบคุณเบา ๆ ลิฟต์ปิดลง เหลือเพียงเสียงฝนเคาะกระจกและกลไกเครื่องทำงาน
เธอยืนข้าง ๆ ชายที่เพิ่งทำกาแฟหกใส่ เขานิ่งจนบรรยากาศในลิฟต์ดูแน่นไปหมด มินอาก้มมองปลายเท้า พยายามไม่ทำอะไรซุ่มซ่ามอีก
เมื่อถึงชั้น 25 ประตูลิฟต์เปิดออก เขาก้าวออกหนึ่งก้าวแล้วหันกลับมาพูด “ยินดีต้อนรับสู่ KJ Group… เด็กฝึกงาน”
“ขอบคุณค่ะ คุณ…?”
“คังแทจุน” เขาตอบสั้น ๆ
เธออ้าปากค้าง ก่อนเขาจะพูดต่อ “ผมคือประธานบริษัทนี้”
แล้วเดินจากไปอย่างเรียบง่าย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกาแฟและความประหม่าเต็มอก
มินอายืนค้างอยู่สองวินาทีก่อนจะพึมพำ “ทำกาแฟหกใส่ประธานบริษัทตั้งแต่นาทีแรก… ตายแน่เรา” แล้วรีบเดินเข้าฝ่ายบุคคล
หลังจากเซ็นเอกสาร รับคำชี้แจง และถ่ายรูปบัตร เธอถูกพาไปโต๊ะทำงานของแผนกพัฒนาโครงการ โต๊ะเด็กฝึกอยู่ริมหน้าต่าง เห็นวิวเมืองที่ยังเปียกฝน
หัวหน้าทีมชื่อ “พัคจีอุน” หญิงสาวราวสามสิบ พูดตรงแต่ใจดี “มินอาใช่ไหม เห็นพอร์ตแล้วว่าสเก็ตช์เก่งดี งั้นเริ่มจากงานตรวจข้อมูลแปลนห้องชุดก่อน แปลงลงเทมเพลตใหม่ให้ครบ แล้วสรุปข้อผิดปกติสามถึงห้าจุด ส่งก่อนเที่ยงนะ”
“ค่ะ รับทราบค่ะ” มินอาตอบพลางรับแฟ้มหนา ๆ มากางดู
เธอเริ่มทำงานทันที ตรวจทีละบรรทัด ตัวเลขห้อง 28.5, 32, 45 ตารางเมตร เรียงกันเป็นชุดยาว ๆ ข้อมูลซ้ำกันหลายส่วนแต่เธอก็ไม่บ่น
ระหว่างนั้นมีเสียงกระซิบจากโต๊ะข้าง ๆ
“เมื่อเช้าประธานขึ้นพร้อมเด็กฝึกใหม่เหรอ”
“เห็นในลิฟต์ด้วยกันนะ”
“โชคดีหรือโชคร้ายเนี่ย”
มินอาทำเป็นไม่สนใจ ก้มหน้าทำงานต่อ
สิบเอ็ดโมง จีอุนเดินมาหา “ไหวไหม ต้องให้คนช่วยมั้ย”
“ไม่เป็นไรค่ะ แต่อยากเช็กทิศระเบียงอีกที กลัวผิด”
“ดี ชอบคนละเอียดแบบนี้” หัวหน้าเอ่ยก่อนเดินกลับไป
ตอนบ่าย เธอสรุปงานเสร็จ ส่งให้จีอุนตรวจ
“ข้อหนึ่งกับสามดี ข้อสองเพิ่มที่มานิดหนึ่งนะ จะได้ตอบฝ่ายกฎหมายได้”
เธอรีบค้นแฟ้มเก่าตามคำแนะนำ แล้วพบข้อมูลที่ต้องการพอดี
บ่ายสองโมง การประชุมทีมเริ่มขึ้น ห้องประชุมผนังกระจกเห็นวิวเมืองเต็มตา มินอานั่งมุมหลังสุด จดบันทึกอย่างตั้งใจ
กลางประชุม ประตูเปิด “ขอโทษที่ช้า” เสียงทุ้มเรียบดังขึ้น — คังแทจุน เขาเข้ามานั่งปลายโต๊ะโดยไม่ต้องมีใครบอกตำแหน่ง ทุกคนเงียบลงโดยอัตโนมัติ
เขารับรายงานจากจีอุน ฟังจนจบก่อนถามสั้น ๆ
“ถ้าปรับห้องมุมแบบใหม่ ระยะส่องแสงลดลงเท่าไร”
“เลื่อนเปิดตัวสองสัปดาห์ ค่าโฆษณาที่จองไว้ต้องคืนได้ไหม”
น้ำเสียงเขาไม่สูงแต่ชัดเจน ทุกคนตั้งใจตอบ
ถึงช่วงรายงานผังห้อง จีอุนพยักหน้าให้มินอาพูด เธอตั้งสติแล้วเริ่ม “จากการเทียบไฟล์เวอร์ชัน 2 และ 3 ห้องแบบ B-28 มีการกลับทิศระเบียงในรุ่นล่าสุด ทำให้รับลมดีขึ้น แต่ตัวเลขในสรุปยังเป็นของเวอร์ชันเก่าค่ะ ถ้าไม่แก้ อาจพรีเซนต์ผิดได้”
เธอกลั้นหายใจครู่หนึ่ง ทุกคนเงียบ
แทจุนพยักหน้า “ดี ตรวจซ้ำกับฝ่ายออกแบบ ถ้าถูกต้อง แก้ทั้งชุดวันนี้” แล้วพูดสั้น ๆ “ขอบคุณ”
คำสั้น ๆ นั้นทำให้เธอโล่งจนใจเบา
หลังประชุม เธอเร่งพิมพ์บันทึกการประชุมส่งในระบบ
จีอุนตอบกลับอีโมจิ “เยี่ยม” พร้อมข้อความสั้น ๆ “ใช้ได้เลยสำหรับวันแรก”
ตอนบ่ายแก่ เธอลงไปชั้น 18 เพื่อคืนเอกสาร เห็นแทจุนคุยกับผู้จัดการคลัง เขาหันมาเห็นเธอพอดี พยักหน้าให้
มินอารวบรวมความกล้า “เรื่องตอนเช้า… ขอโทษอีกครั้งนะคะ ฉันรีบไปหน่อย”
“ผมบอกแล้วว่าไม่เป็นไร” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนถามต่อ “วันแรกเหนื่อยไหม”
“นิดหน่อยค่ะ แต่สนุกดี”
“ดี งั้นตั้งใจต่อไป” เขาพูดเท่านั้น แล้วหันกลับไปคุยต่อ
คำสั้น ๆ แต่ทำให้เธอยิ้มโดยไม่รู้ตัว
เย็นวันนั้นฝนซา เหลือเพียงละอองบาง ๆ เธอเก็บโต๊ะหลังห้าโมง เดินออกจากตึกพร้อมบัตรฝึกงานที่ต้องคืนทุกวัน
แสงไฟถนนสะท้อนพื้นเปียกเป็นเงายาวเหมือนกระจก เธอยกมือแตะป้ายบัตรที่ห้อยคอ ยิ้มบาง ๆ “ผ่านมาได้วันหนึ่งแล้ว”
ขณะเดินไปสถานี เธอมองเห็นร้านกาแฟมุมถนน ป้ายภาษาอังกฤษเขียนว่า Lumière — “แสง” ในภาษาฝรั่งเศส กระจกใสเห็นบรรยากาศอบอุ่นข้างใน เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเข้าไปพักสักหน่อย
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังต้อนรับ กลิ่นกาแฟคั่วอุ่นลอยมา เธอสั่ง “อเมริกาโนร้อนหนึ่งแก้วค่ะ” แล้วนั่งที่มุมในสุด เปิดสมุดเล่มเล็กเตรียมเขียนบันทึก “วันแรก — KJ Tower”
ยังไม่ทันเขียน เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังอีกครั้ง ลมเย็นพัดเข้ามา เธอเงยหน้าขึ้น เห็นเงาชายในสูทสีเทาอ่อนเดินเข้ามา
คังแทจุน
เธอก้มหน้าหลบโดยอัตโนมัติ แต่เสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้นใกล้ ๆ
“บังเอิญอีกแล้วนะ”
ปลายปากกาของเธอค้างอยู่บนหน้ากระดาษ ยังไม่ได้เขียนคำแรก
หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้เหตุผล
เสียงพนักงานเรียกออเดอร์ดังจากบาร์ “อเมริกาโนร้อน รับได้ที่เคาน์เตอร์ค่ะ”
เธอหันไปมองแก้วของตัวเอง แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้น พร้อมเสียงฝนที่เริ่มตกพรำอีกครั้งด้านนอก
และตอนนั้นเอง… เงาของเขาก็ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด
—ไฟจากหน้าร้านสะท้อนบนพื้นเปียกระยิบระยับ เหมือนเมืองกำลังหายใจเงียบ ๆ ใต้แสงที่ไม่มีใครรู้ว่าจะนำพาไปถึงไหน—
(โปรดติดตามต่อในตอนที่ 2: คาเฟ่ลูมีแอร์)
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น